ลิ้มรสเมนู Michelin และหลากเมนูไทย-จีน และซีฟู้ดไม่อั้น! ที่ครัวเจ๊ง้อ!!

ลิ้มรสเมนู Michelin และหลากเมนูไทย-จีน และซีฟู้ดไม่อั้น! ที่ครัวเจ๊ง้อ!!


New Price : Standard Menus บุฟเฟ่ต์อาหารไทย-จีนไม่อั้น เช่น กุ้งลวก เนื้อปลากะพงผัดฉ่า ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ลูกชิ้นปลาลวกจิ้ม ยำสามกรอบ เป็นต้น และรายการอื่นๆ อีกมากมาย 690 บาทสุทธิต่อคน 

New Price : Premium Menu บุฟเฟ่ต์อาหารไทย-จีนไม่อั้นพร้อมเมนูพรีเมี่ยม 1 จาน เช่น เนื้อปูผัดผงกะหรี่ ยำปู่ไข่ดอง ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลากะพงย่างเกลือ และรายการอื่นๆ ที่กินไม่อั้นอีกมากมาย 890 บาทสุทธิต่อคน 

สามารถจองโต๊ะได้จากลิงค์: http://bit.ly/3qiXSUY (ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น Walk-in ไม่ได้ )


– ใครไม่ง้อ เจ๊ง้อ! ครัวเจ๊ง้อ ขอชวนลิ้มรสเมนู Michelin ร้านดังระดับตำนานยาวนานกว่า 20 ปี ทั้ง Michelin Guide และ PLATES พร้อมหลากเมนูไทย-จีน และซีฟู้ดแบบไม่อั้น การันตีคุณภาพ –


“ครัวเจ๊ง้อ” หนึ่งในตำนานร้านอาหารไทย-จีน และซีฟู้ด ที่เปิดมานานกว่า 20 ปี ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย สด สะอาด การันตีจากรางวัลทั้ง MICHELIN PLATES และ MICHELIN Guide Thailand ประจำปี 3 ปีซ้อน (2018-2020) ร่วมกับ Hungry Hub ทำบุฟเฟ่ต์ครัวเจ๊ง้อสุดคุ้ม! ขนเมนูอาหารไทย-จีน และซีฟู้ดสดๆ ขายดี รวมเมนูดัง MICHELIN PLATES ทั้งผัดผักบุ้งฝอย และเส้นหมี่ผัดผักกระเฉด ให้กินแบบไม่อั้น! เริ่มต้นเพียง 690 บาทเท่านั้น! หลากเมนูคาวรวม 52 รายการ รวมของหวาน 1 อย่าง และน้ำชา-เก๊กฮวย  ครบ จบ อิ่มเต้มที่ 2 ชั่วโมง  3 สาขาทั่วกรุงเทพ


ครัวเจ๊ง้อ (JE NGOR’S KITCHEN)

ที่ตั้ง : มีทั้งหมด 3 สาขา ที่ร่วมกับ Hungry Hub

  • ครัวเจ๊ง้อ สาขาสุขุมวิท 20
  • ครัวเจ๊ง้อ สาขากาญจนาภิเษก (ตรงข้าม Paseo)
  • ครัวเจ๊ง้อ สาขาบางนาตราด กม.4

ประเภทอาหาร : อาหารจีน · บุฟเฟ่ต์ · อลาคาร์ท

ตัวเลือกของบริการ : นั่งรับประทานที่ร้าน · สั่งกลับ · จัดส่ง

สิ่งอำนวยความสะดวก :  เหมาะสำหรับครอบครัว · เหมาะสำหรับคู่รัก · เหมาะสำหรับธรุกิจ

บรรยากาศ : อบอุ่น

กลุ่มลูกค้า : มาเป็นกลุ่ม

การชำระเงิน : เงินสด · e-Payment · บัตรเดบิต · บัตรเครดิต

จองออนไลน์ผ่านลิ้ง http://bit.ly/3qiXSUYเท่านั้น (ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น Walk-in ไม่ได้โปรโมชั่นนี้)

วิธีเดินทาง (สาขาสุขุมวิท 20) : สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานนี “อโศก” หรือ รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานนี “สุขุมวิท” จากนั้นสามารถเดินเข้าซอยสุขุมวิท 20 ประมาณ 15 นาทีก็จะถึง หรือนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ได้ และมีที่จอดรถกว้าง

MAP ——–> https://goo.gl/maps/qmcAKfUPcZseRPu46

📞สอบถามเพิ่มเติม 02 235 8537

📩 https://www.facebook.com/jengorkitchen, http://www.jengor-seafoods.com/


สารบัญบทความ

  • ทำความรู้จักกับ JE NGOR’S KITCHEN
    • ครัวเจ๊ง้อ (JE NGOR’S KITCHEN)
    • บรรยากาศสาขาสุขุมวิท 20
    • มาตรการความสะอาดปลอดภัย (New Normal)
  • ราคา และโปรโมชั่น (Price and Promotion)
    • New Price : Standard Menus
    • New Price : Premium Menu
  • การจองผ่าน Hungry Hub เท่านั้น (Reservations)
  • พาไปชิม (Let’s Taste)
    • เลือก 1 PREMIUM MENU (1 SELECTION/PERSON)
    • เมนูบุฟเฟ่ต์ (Buffet’s Menu)
    • เครื่องดื่ม(Drinks)
  • การเดินทาง (How to travel)
    • ครัวเจ๊ง้อ สาขาสุขุมวิท 20
  • เวลาในการให้บริการ (Time)
  • My Score (In my opinion)
    • The Food : อาหาร
    • The Atmospheres : บรรยากาศ
    • The Service : การบริการ
    • The Worthiness : ความคุ้มค่า


ทำความรู้จักกับ JE NGOR’S KITCHEN

วันเดินทาง/ใช้บริการ : วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564

ครัวเจ๊ง้อ (JE NGOR’S KITCHEN)

เจ๊ง้อ หรือ ณชนก แซ่อึ้ง เป็นคนที่มีใจรักในการทำอาหารและสนใจใฝ่รู้ ทั้งฝึกฝนจนชำนาญ แต่เดิมเริ่มจากทำซาลาเปาขายในเทศกาลกินเจ จนขายดิบขายดี เป็นที่เลื่องลือ ทั้งลูกค้าขาประจำและลูกค้าทั่วไป ทั้งที่ทานเจและไม่เจ

ส่วนที่มาของการเปิดร้าน ครัวเจ๊ง้อ นั้น เกิดจาก เจ๊ง้อมักจะทำอาหารให้มิตรสหายทานเป็นประจำเวลาพบปะสังสรรค์ จนทุกคนชิมแล้วติดใจ เพราะอาหารของเจ๊ง้ออร่อย เพื่อนๆต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน สนับสนุนให้เจ๊ง้อเปิดร้าน ทำให้ครัวเจ๊ง้อ สาขาแรก จึงได้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2542 ภายในปีแรกที่เปิดดำเนินการร้านครัวเจ๊ง้อ เติบโต และเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า มาอุดหนุนกันคับคั่ง จนต้องขยายเป็น 3 สาขา ! อาหารอร่อยๆ เมนูแปลกๆ แต่ง่ายและสร้างสรรค์ จึงเกิดขึ้นจากเจ๊ง้อ และที่ครัวของสาขาสี่พระยา

ซึ่งเจ๊ง้อ ดูแลเองในทุกขั้นตอนตั้งแต่ไปตลาด เลือกวัตถุดิบเอง เพื่อได้สิ่งที่ใหม่ ใหญ่ และสด เพื่อให้ลูกค้าพอใจจริงๆ ส่วนอาหารทะเลก็เลือกที่สดๆ โดยสั่งจากร้านประจำและจะคัดแต่ของคุณภาพดีมาให้เจ๊ง้อ เพราะของไม่ดี เจ๊ง้อไม่เอามาทำ เจ๊ง้อทำร้านอาหารด้วยใจรัก และนึกถึงความพึงพอใจของลูกค้าเป็นอันดับหนึ่งตลอดมา

จนปัจจุบันร้าน ครัวเจ๊ง้อ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและไว้วางใจเรื่องรสชาติ วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทั้งลูกค้าในไทยและต่างประเทศ จนมีสาขาถึง 11 สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารของตัวเอง เพื่อถ่ายทอดสูตรอาหารจากต้นตำรับเจ๊ง้อและสร้างบุคลากรใหม่ๆ รุ่นต่อๆไป และเจ๊ง้อก็ยังคงดูแลและควบคุมคุณภาพ รสชาติอาหารให้คงอยู่อย่างเดิม เพื่อรักษาชื่อเสียงของร้านเจ๊ง้อ ความอร่อยระดับตำนาน ที่ใครๆ ก็พากันติดใจจนถึงทุกวันนี้

โดยมีทั้งหมด 3 สาขา ที่ร่วมกับ Hungry Hub คือ

  • ครัวเจ๊ง้อ สาขาสุขุมวิท 20
  • ครัวเจ๊ง้อ สาขากาญจนาภิเษก (ตรงข้าม Paseo)
  • ครัวเจ๊ง้อ สาขาบางนาตราด กม.4

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/3qiXSUY

บรรยากาศสาขาสุขุมวิท 20

สาขาที่ ภพ ไปคือสาขา สุขุมวิท 20 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 20 ตามชื่อ หน้าร้านมีลานจอดรถกว้างขวาง ร้านตั้งอยู่ตรงกลางลานจอดรถ และมีตึกสูงเป็นแบคกราวน์ ดูดโดเด่นไม่น้อยทีเดียว

ด้านหน้าเป็นร้านที่นั่งที่ให้บริการสำหรับลูกค้าปกติ การตกแต่งภายในร้านเป็นเหมือนภัตตาคารหรู สไตล์จีนรุ่นเดอะ เพราะงั้นจะสลัวๆ หน่อย ใช้สีมงคลทั้งแดง เหลืองทอง สีไม้ ให้ความอบอุ่น ลุ่มลึก หรูหรา แต่ขลัง 

พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ดูสะอาดตา ตามผนังตกแต่งด้วยรูปภาพอาหารเด้ดของร้าน รวมไปถึงประวัติ รางวัล ต่างๆ ที่ร้านได้รับมา แสดงถึงอาหารคุณภาพดี ที่ผ่านการเวลามาจนถึงพวดเราในปัจจุบันเลยล่ะครับ

ในร้านเองก็มีจุดที่เราถ่ายรูปสวยๆ ได้เยอะเหมือนกันนะครับ และส่วนของพื้นที่ข้างๆ ที่เป็นประตูกระจกเชื่อมต่อออกไปนั้น จะเป็นห้องจัดเลี้ยงซึ่งทำการปรับปรุงอยู่ในตอนนี้จึงเข้าไปใช้บริการไม่ได้

มาตรการความสะอาดปลอดภัย (New Normal)

เช่นเดียวกันกับหลายๆ ธุระกิจ เพราะสถานการณ์โควิด-19 ทำให้รูปแบบการบริการของโรงแรม และร้านอาหารปรับเปลี่ยนไปตามมาตรการของรัฐบาล หรือ New Normal โดยทางร้าน จะต้องมีการคัดกรองแล้ว การตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เช็คอิน ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ตั้งแต่หน้าร้านเลยครับ


ราคา และโปรโมชั่น (Price and Promotion)

โปรโมชั่น : ลิ้มลองอาหารสไตล์ A-La-Carte ได้ไม่อั้น (จำกัดเวลาที่ 2 ชั่วโมง)

New Price : Standard Menus 690 บาทสุทธิต่อคน

บุฟเฟ่ต์อาหารไทย-จีนไม่อั้น เช่น กุ้งลวก เนื้อปลากะพงผัดฉ่า ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ลูกชิ้นปลาลวกจิ้ม ยำสามกรอบ เป็นต้น และรายการอื่นๆ อีกมากมาย

New Price : Premium Menu 890 บาทสุทธิต่อคน 

บุฟเฟ่ต์อาหารไทย-จีนไม่อั้นพร้อมเมนูพรีเมี่ยม 1 จาน เช่น เนื้อปูผัดผงกะหรี่ ยำปู่ไข่ดอง ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลากะพงย่างเกลือ และรายการอื่นๆ ที่กินไม่อั้นอีกมากมาย

สามารถจองโต๊ะได้จากลิงค์ : http://bit.ly/3qiXSUY

(ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น Walk-in ไม่ได้ )


✅ Promotion : Buffet Plus, all you can eat with special privileges (Time limit 2 hours)

New Price : Standard Menus 690 NET price per person

Thai and Chinses Food Buffet with Premium Menu Such as Spicy Assorted Seafood and Pork Salad, Stir-Fried Squid with Salted Egg Yolk, Boiled Prawns, Mixed Seafood in Spicy Soup and More Buffet Mens

New Price : Premium Menu 890 NET price per person

Thai and Chinese Food Buffet with Premium Menu Such as Spicy Preserved Crab Salad, Stir-Fried Crab Meat in Curry Sauce, Deep-Fried Sea Bass in Fish Sauce and More Buffet Menus

Reserved from the link : http://bit.ly/3qiXSUY

(Must reserve in advance only, not Walk-in)


การจองผ่าน Hungry Hub เท่านั้น (Reservations)

[แจก] ส่วนลด Hungry Hub แอปพลิเคชัน สำหรับคนรักบุฟเฟ่ต์!

จองออนไลน์ผ่านลิ้ง http://bit.ly/3qiXSUY เท่านั้น (ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น Walk-in ไม่ได้โปรโมชั่นนี้)

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ DSC01824.jpg

สามารถดูบทความ “[แจก] ส่วนลด Hungry Hub แอปพลิเคชัน สำหรับคนรักบุฟเฟ่ต์!”เพื่อทำการจองผ่าน Website และแอปพลิเคชั่นของ Hungry Hub ได้ตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมแจกโค้ดส่วนลดสำหรับใช้ในครั้งถัดไปได้ที่ลิ้งนี้ https://worldsdelight.com/2020/06/19/hungry-hub-discount-code/ https://worldsdelight.com/


พาไปชิม (Let’s Taste)

บุฟเฟ่ต์ครัวเจ๊ง้อ 3 สาขาทั่วกรุงเทพ (สุขุมวิท 20 / กาญจนาภิเษก / บางนา-ตราด กม.4)

เปิดทุกวันจองได้ตั้งแต่ 11.00–18.30 น. มี 2 ราคา 690 และ 890 บาท/คน (ราคาเน็ตแล้วไม่ต้องจ่ายไรเพิ่ม)

  • แพคเกจ 690 บาท : มีทั้งหมด 52 เมนู รวมของหวาน 1 อย่าง รวมเครื่องดื่ม (ชาร้อน / เก๊กฮวยร้อน-เย็น)
  • แพคเกจ 890 บาท : มีทั้งหมด 52 เมนู + เมนูพรีเมียมเลือกได้คนละจาน / คน + ของหวาน 1 อย่าง รวมเครื่องดื่ม (ชาร้อน / เก๊กฮวยร้อน-เย็น)

จองบุฟเฟ่ต์ด้จากลิงค์นี้ (Walk-in ไม่รับต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น) : http://bit.ly/3qiXSUY (จองขั้นต่ำ 2 คนขึ้นไป)

หมายเหตุ : เมนูที่มี “*” นำหน้า จานนั้นคือจานที่ได้รับรางวัล Michelin

เลือก 1 PREMIUM MENU (1 SELECTION/PERSON)

เลือกเมนูพรีเมี่ยม 1 เมนู จาก 12 เมนูเฉพาะจองผ่าน Hungry Hub เท่านั้น (Unlimited Premium Menu Only for Hungry Hub)

จอง และดูเมนูทั้งหมดได้ที่ : http://bit.ly/3qiXSUY

สำหรับโปรโมชั่น Premium Menu 890 บาทสุทธิต่อคน

*หมายเหตุ สำหรับโปรโมชั่นราคา 890 สามารถกินเมนูจากโปรโมชั่นราคา 690 ได้ทุกเมนู

ไป 2 คน จึงสั่ง 2 อย่าง ที่สั่งมาคือ ปลากะพงนึ่งซีอิ้วฮ่องกง (Steamed Sea Bass with Soy Sauce) และ หอยเชล์ลผัดซอส X.O. (Fried scallops with X.O. sauce)

เมนูพรีเมี่ยม​ ปลากะพงนึ่งซีอิ้วฮ่องกง (Steamed Sea Bass with Soy Sauce)

อย่างแรกคือตัวใหญ่มาก ใหญ่กว่าหน้า ภพ อีกนะ และสดมากๆ สดมากถึงมากที่สุด ได้สอบถามทางร้านแล้วว่า เขาใช้ปลากะพง “เป็น” ที่เพึ่งน๊อตน้ำแข็งได้ไม่นานมาปรุงอาหาร

เนื้อแน่น เด้ง หนึบ หวานเนื้ออ่อนๆ หอมนิดๆ ไม่มีกลิ่นคาว สุกกำลังดี เนื้อไม่แห้งแข็ง ด้านซอสซีอิ้วคือกลมกล่อมมาก รสชาติดี หอม ไม่หวาน ไม่เค็มเกินไป นัวกลม แบบราดกับข้าวก็อร่อยมา หรือซดเปล่าๆ ก็ยังฟิน เพิ่มความหอมด้วยหอมสดซอยเป็นเส้นๆ

เป็นเมนูที่คุ้มมากเพราะปกติปลากะพงตัวไซส์มาตรฐานก็ 350-400 บาทต่อตัวแล้ว แต่นี่ตัวใหญ่กว่ามากประมาณ 2 เท่า น่าจะ 5 กิโลกรัมได้

เมนูพรีเมี่ยม​ หอยเชล์ลผัดซอส X.O. (Fried scallops with X.O. sauce)

หอยเชลล์เนื้อขาวๆ เนื้อแน่น สด เสิร์ฟพร้อมบล็อกโคลี่สีสันสดใส และซอส X.O. รสชาติกลมกล่อมดี ไม่จัดจ้านนัก ผัดผสมเนื้อหอยเชลล์แห้งมาด้วย ปรุงดีอีกเช่นกัน จะสังเกตได้ว่าร้านอาหารจีนที่ใช้น้ำมันปรุงเก่งๆ อาหารจะไม่มันเยิ้ม สุกกำลังดีเข้ากันไม่น้อย

เมนูบุฟเฟ่ต์ (Buffet’s Menu)

สามารถกินได้ทุกเมนูอีก 52 เมนู

ดูเมนูทั้งหมดที่นี่ : http://bit.ly/3qiXSUY

APPETIZERS

แฮ่กี้นพิเศษ (Deep-Fried Minced Seafood Spring Ball)

จานนี้ถือว่าดี เนื้อแน่น กุ้งเต็ม หอม เด้งใน

ผัดโหงวก๊วย (Stir-Fried Mixes Oriental Dried Fruits)

เป็น 1 เมนูที่ชอบ และอร่อยมาก ไก่เนื้อแน่นผัดกับผลไม่แห้ง และธัญพืช ได้รสชาติความหอม เช่น แปะก๊วย พุทราจีนเชื่อม เกาลัด ปรุงอย่างพอดี ไม่มันเยิ้ม ผัดจนเข้ากัน ใส่อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และพริกแห้งทอด ได้รสสัมผัสกรุบกรอบ

ปลาหมึกผัดไข่เค็ม (Stir-Fried Squid with Salted Egg Yolk)

ส่วนตัวคิดว่ารสชาติอ่อนไปนิด แต่ปลาหมึกชิ้นใหญ่ และสด สุกกำลังดีไม่เหนียวแข็ง ปรุงรสชาติทั่วถึง รสกลางๆ ไข่เค็มเคลือบเท่ากันทุกชิ้น หอม และได้รสสัมผัสไข่เค็มเบาๆ 

SOM-TUM

ส้มตำไทย (Typical Spicy Fresh Papaya Salad)

มะละกอสด หอม กรอบ ตำดีไม่เละช้ำ ใส่ถั่วฝักยาว โรยด้วยถั่วลิสง กุ้งแห้ง เพิ่มรสชาติรสสัมผัส ด้านรสชาติปรุงดีเช่นกัน มีความเปรี้ยวจากมะนาวแท้ นัวนิดๆ ไม่เผ็ด (สั่งแบบปกติ) และไม่ได้หวานนัก เป็นอะไรที่ดีเพราะเคยเจอหลายร้านปรุงหวานมาจนน้ำตำเป็นผิววาวๆ เหมือนน้ำเชื่อม

ส้มตำผลไม้ (Spicy Mixed Fresh Fruit Salad)

ผลไม้หลากหลายทั้ง ส้มโอ แอปเปิ้ล สัปปะรด และผักต่างๆ ปรุงรสดี คล้ายส้มตำไทย แต่ได้รสหวานธรรมชาติสดชื่นจากผลไม้เพิ่มเติมเข้ามา

PRAWN

กุ้งลวก (Boiled Prawns)

กุ้งแดงตัวใหญ่ไม่น้อย สด เด้ง กรอบ หอม แกะง่าย มาเต็มๆ จาน

FISH

เนื้อปลากะพงผัดเจ้าสัว (Fried Shredded Sea Bass with Special Garlic & Black Pepper)

เนื้อปลากะพงสด เนื้อแน่น ชิ้นใหญ่ ทอดมากำลังดี ไม่อมน้ำมัน นำมาผัดปรุงรสกับเครื่องปรุงต่างๆ กระเทียม พริกไทยดำ ซึ่วดูเหมือนจานนี้จะมัน แต่จริงๆแล้วไม่มันเลี่ยนเลย ได้รสชาติ หอมพริกไทย

VEGETABLE

*ผัดผักบุ้งฝอย (Stir-Fried Sliced Morning Glory)

หนึ่งในเมนู Michelin Guide และ Michelin Plates ที่สามารถสั่งได้ไม่อั้น นำเอาต้นผักบุ้งมาผ่าแนวยาวให้เป็นเส้นๆ ฝอยๆ แล้วนำลงผัดกับกระเทียม พริก น้ำมัน จนสุกหรอบ สร้างรสสัมผัสแปลกใหม่ จากจานธรรมดา เป็นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว แต่ติดอยู่ที่ค่อยข้างมันเยิ้มไปเล็กน้อย

SALAD

สลัดกุ้งทอดพันหมื่ (Deep-Fried Prawn with Egg Noodle Salad)

นำกุ้งพันกับหมี่ไข่ ทอดจนกรอบหอม ท๊อปลงบนจานสลัดที่มีผักผลไม้สดต่างๆ จากนั้นราดด้วยสลัด เยิ้มๆ หอมๆ ได้ความกรอบ หอม มัน เต็มคำ

SPICY SALAD

ยำสามกรอบ (Spicy Assorted Seafood and Pork Salad) 

เป็นเมนูที่กินเพลินมาก เพราะรสสัมผัสดี กรุบๆ กรอบๆ มันๆ จากแคปหมู มะม่วงหิมพานต์ และปลาหมึกทอดกรอบ ผสมกับรสชาติจากน้ำยำแต่งเติมให้สมบูรณ์

พล่ากุ้งสด (Prawns in Sour Sauce)

อันนี้มาแบบกุ้งสุก กุ้งสดดี รสชาติกลางๆ ไม่ได้เผ็ดแซ่บมาก ค่อนข้างฉ่ำน้ำยำพอควร กรอบๆ เปี้ยวๆ จากมะม่วง

ยำหอยนางรม (Fresh Oyster with Spicy Salad)

หอยนางรมที่ลวกมาสุกนิดหน่อยแล้ว ตัวไม่ได้ใหญ่ แต่ปริมาณไม่น้อยมาก ไม่มีกลิ่นคาวเลย สะอาดมาก ปรุงรสกลางๆ อีกเช่นกัน มีกลิ่นของกระถิน หอมตะไคร้ เครื่องยำต่างๆ

SOUP (HOT POT)

เย็นตาโฟหม้อไฟ (Chinese Hot Red Soup)

เย็นตาโฟมาเป็นหม้อไฟร้อนๆ พร้อมเครื่องต่างๆ ทั้งลูกชิ้น เต้าหู้ หมึกกรอบ ฮื่อก๊วย เต้าหู้ทอด เกี้ยวกรอบ ร้อนๆ รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน

หัวปลาต้มเผือก (Fish Head Soup with Taro)

เมนูที่เหมาะกับกินหน้าหนาวสุดๆ เป็นตัวปลาทอด นำมาต้มกับเผือก จนนุ่มสุด มีความันพอควร รสชาติใช้ได้

THAI FOOD

กุ้งผัดพริกสด (Stir-Fried Shrimp with Chilli)

เมนูนี้แอบผิดหวังนิดๆ เกินคาดไปหน่อย เพราะคิดว่าจะเป็นแบบผัดน้ำมันแห้งๆ หอมๆ รสจัดๆ แซ่บๆ แต่เจอตรงข้ามหมดเลย (แต่ถ้าคนชอบประมาณนี้ก็ถือว่าดีนะ ฮา)

SINGLE DISH

*หมี่กระเฉดข้าวกล้องกุ้งสด (Fried noodle brown rice with mimosa and prawns)

หนึ่งในเมนู Michelin Guide และ Michelin Plates เป็นเมนูที่เส้นหมี่ที่ทำจากข้าวกล้อง ผัดมาเหนียวนุ่ม เข้าเนื้อ กุ้งสดใช้ได้ ผักกระเฉดสุก สด ไม่เหนียวสียังสวยอยู่ รสชาติรวมๆ ออกเปรี้ยวหวาน และรสอ่อนๆ กลางๆ แต่หอม

ข้าวผัดปลาแซลมอนเค็ม (Fried Rice & Salted Salmon with Shrimp & Pork)

รสชาติค่อยข้างดี กลมกล่อม แต่อ่อนๆ หน่อย ไม่รู้สึกถึงปลาแซลมอนเท่าไร มีเนื้อสัตว์อยู่ในจานนี้หลากหลาย อย่างละนิดละหน่อย โดยเฉพาะจะเห็นกุ้งชัดเจน ชอบรสสัมผัสมาก ผัดดี ไม่แห้ง ไม่แข็ง ไม่มันเยิ้ม 

DESSERTS (1 SELECTION / PERSON)

แปะก๊วยร้อน /เย็น /นมสด (Hot / Iced Ginko Nuts in Syrup / Fresh Milk Syrup)

ใครชอบแบบรสชาตินมสด นมข้นหวานแบบรุ่นเก๋าๆ อันนี้คือคำตอบ มีความหอมมากๆ แต่ดีที่ไม่ได้หวานมากเกินไป คือพอดีลงตัว กินพร้อมแปะก๊วยที่ต้มสุกกำลังดี หนับๆ อร่อย รสสัมผัสดี เย็นชื่นใจ (สั่งแบบเย็น)

บัวลอยน้ำขิง (Black Sesame Dumpling in Ginger Tea)

น้ำขิงร้อนๆ เผ็ดๆ เข็มๆ บัวลอยไส้งาดำปกติ ออกหวานกำลังดี ทั้งไส้ และน้ำขิง 

เผือกหิมะ (Deep-Fried Sweeten Snow Taro)

มาแบบอุ่นๆ กำลังดัมาก ไม่อมน้ำมัน น้ำที่เคลือบมาก็ไม่ได้เยอะเกินไป หอม หวาน รสสัมผัสกรุบน้อย แน่นเผือก เคี้ยวเพลิน

DRINKS

ชาร้อน (Hot Chinese tea)

เก๊กฮวยร้อน – เย็น (Hot or Ice Chrysanthemum Juice)

จบไปแล้วกับรีวิวของครัวเจ๊ง้อ ที่จัดเมนูไทยจีน ใช้วัตถุดิบดี และมีหลากหลายเมนู ฉะนั้นหากใครสนใจก็สามารถจองได้ที่ http://bit.ly/3qiXSUY เท่านั้น เขาไม่รับ Walk-In นะครับ  


การเดินทาง (How to travel)

ครัวเจ๊ง้อ สาขาสุขุมวิท 20 สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานนี “อโศก” หรือ รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานนี “สุขุมวิท” จากนั้นสามารถเดินเข้าซอยสุขุมวิท 20 ประมาณ 15 นาทีก็จะถึง หรือนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ได้ และมีที่จอดรถกว้าง


⏱ เวลาในการให้บริการ (Time)

จำกัดเวลาที่ 2 ชั่วโมง 

ทุกวัน 10.30 น. – 18.30 น.

จำนวนคนขั้นต่ำ 2 ผู้ใหญ่

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://bit.ly/3qiXSUY


Time limit 2 hours

Everyday 10.30 hrs. – 18.30 hrs.

Min PAX 2 adults

for More Information : http://bit.ly/3qiXSUY


📊My Score (In my opinion)

ข้อเสนอแนะ และปัญหาที่พบสำหรับห้องอาหาร (ไม่มีเจตนาในการทำให้เสียเครดิตแต่อย่างใด) Suggestions and problems found for the restaurant. (DO NOT for DISCREDIT)

The Food ⭐⭐⭐⭐

The Atmospheres ⭐⭐⭐+

The Service ⭐⭐⭐++

The Worthiness ⭐⭐⭐++


ขอบคุณที่ติดตามครับผม

Thank you for enjoying my blog!

World’s Delight เพราะความสุขชื่อมโยงคน

Because People Can Be Connected By Good World.

————————————————-

ทุกคนสามารถติดตาม/Please Follow

World’s Delight ช่องทางอื่นได้ที่

World’s Delight

Facebook

Readme

Youtube

Instragram

Twitter

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้นนะครับ ซึ่งคนอื่นๆ อาจมีความคิดเห็นที่แตกต่างไปตามวันเวลาที่ไปใช้บริการ

#ภพความสุข #Worldsdelight #WD #WDL #Pobslife #รีวิว #อร่อยบอกต่อ #ไลฟ์สไตล์ #lifestyle #ครัวเจ๊ง้อ #บุฟเฟ่ต์ครัวเจ๊ง้อ #ร้านในตำนานมีบุฟเฟ่ต์ #บุฟเฟต์ #Buffet #food #foodie #Hungryhub #bangkok #bkk #promotion #restaurant #review #ซีฟู้ด #รวมเครื่องดื่ม #ผัดผักบุ้งซอย #หมี่ผัดกระเฉด #เผือกหิมะ #เนื้อปูผัดผงกะหรี่ #เจ้าแรกประเทศไทย #ร้านอาหารจีน #บุฟเฟ่ต์มีทุกวัน #เมนูมิชลินสตาร์

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น